Ed Sheeran Live in Bangkok 2017

Image

เออีจี พรีเซ้นท์ส (AEG Presents) และ บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์(BEC-Tero Entertainment) ประกาศตารางเวิลด์ทัวร์ของนักร้องนักแต่งเพลงที่มาแรงที่สุดแห่งยุค “เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) ซึ่งจะเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตในประเทศไทย วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน 2560ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยเพิ่มจากตารางทัวร์ในเอเชียที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ คือ ไทเป, โอซาก้า, โซล, โตเกียว, ฮ่องกง, มะนิลา, จาการ์ต้า, สิงคโปร์, กัวลาลัมเปอร์, มุมไบ และดูไบ

นับเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของ เอ็ด ชีแรน ซึ่งมีเพียงแค่รอบเดียวเท่านั้น! และคอนเสิร์ตครั้งนี้ จะกลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญแห่งปี ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายนนี้ โดยบัตรเข้าชมราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท เปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 14 สาขา หรือ www.thaiticketmajor.com

ศิลปินหนุ่มวัย 26 ปี เจ้าของรางวัลแกรมมี่และบริทอวอร์ด หลายรางวัล เอ็ด ชีแรน (Ed Sheeran) ประกาศเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตทันที หลังจากที่กลับมาสร้างปรากฎการณ์ยิ่งใหญ่ในวงการเพลง เมื่อต้นปี 2560 ด้วยการปล่อยเพลงออกมาทีเดียว 2 ซิงเกิ้ล คือ เชป ออฟ ยู (Shape Of You) และ แคสเซิล ออน เดอะ ฮิลล์ (Castle On The Hill) ซึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 และ 2 บนชาร์ตเพลงทั่วโลกทันที ในขณะเดียวกัน เขาก็ทำลายสถิติอื่นๆ อีกมาย เอ็ด ชีแรน เป็นศิลปินคนแรกในประวัติศาสตร์ชาร์ตเพลงอังกฤษ ที่มีเพลงใหม่ล่าสุดขึ้นชาร์ตในลำดับติดกันถึง 2 เพลง เพลง เชป ออฟ ยู ยังสร้างสถิติสูงสุดในสหรัฐอเมริกาด้วยการขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตบิลบอร์ด ฮอต 100 (Billboard Hot 100) ส่วนเพลง แคสเซิล ออน เดอะ ฮิลล์ ตามมาติดๆ อยู่ที่อันดับ 6 ในชาร์ตเดียวกัน ทำให้เขากลายเป็นศิลปินคนแรกที่เปิดตัวติดอันดับท็อป 10 บนชาร์ตบิลบอร์ด ฮอต 100 พร้อมกันถึงสองเพลง ยังไม่รวมถึงสถิติบนสปอติฟาย (Spotify) อีกมากมาย ที่นักร้องหนุ่มคนนี้ทำลายสถิติได้ภายในเดือนเดียว เชป ออฟ ยู ยังเป็นเพลงที่สร้างประวัติศาสตร์การมียอดสตรีมบนสปอติฟายทั่วโลกสูงที่สุดในหนึ่งสัปดาห์และในหนึ่งวัน นอกจากนี้เพลง เชป ออฟ ยู ยังขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตไอจูนส์ (iTunes) ทั้งหมด 132 ชาร์ตทั่วโลก และประสบความสำเร็จในการเป็นเพลงที่มีการสตรีมมากที่สุดในหนึ่งวันและในหนึ่งสัปดาห์บนแอปเปิ้ลมิวสิค (Apple Music) อีกด้วย จนถึงตอนนี้ทั้ง 2 ซิลเกิ้ลมียอดการสตรีมแล้วมากกว่า 370 ล้านครั้งทั่วโลก และมิวสิควิดีโอเพลง แคสเซิล ออน เดอะ ฮิลล์ ก็มียอดเข้าชมมากกว่า 160 ล้านครั้ง

นอกจากการสร้างปรากฏการณ์ต่างๆ บนชาร์ตเพลงทั่วโลกแล้ว ศิลปินหนุ่มจากเมืองซัฟโฟล์กผู้นี้ยังทำลายสถิติในเรื่องการแสดงคอนเสิร์ต โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2558 เอ็ดเปิดการแสดงเดี่ยวบนเวที เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (Wembley Stadium) ซึ่งเป็นศิลปินคนแรกที่สามารถเล่นบนเวทีอันทรงเกียรติแห่งนี้โดยไม่มี วงดนตรีแบ็คอัพ มีเพียงแค่เครื่อง ลูป เพดัล (Loop Pedal) และกีต้าร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเท่านั้น ต่อหน้าผู้ชมถึง 240,000 คน เป็นเวลา 3 คืนติดต่อกัน ซึ่งบัตรเข้าชมขายหมดเกลี้ยงทั้ง 3 รอบ โดยในคืนแรก มี เซอร์ เอลตัน จอห์น (Sir Elton John) ไปร่วมสร้างความประทับใจในการแสดงด้วย ดีวีดีบันทึกการแสดงสดครั้งนี้ใช้ชื่อว่า จัมเปอร์ส ฟอร์ โกลโพสต์ส (Jumpers for Goalposts) ถูกปล่อยออกมาในปลายปี 2558 ในฐานะศิลปินเดี่ยวที่มีความโดดเด่นแห่งยุค เอ็ดยังได้รับโอกาสอันทรงเกียรติหลายครั้ง เช่น ในพิธีปิดงานลอนดอนโอลิมปิกส์ ปี 2555 เอ็ดได้ร่วมแสดงคอนเสิร์ตกับศิลปินที่ยิ่งใหญ่ อย่างสมาชิกวง พิงก์ ฟลอยด์ (Pink Floyd) และ เจเนสิส (Genesis) ในเพลง วิช ยู เวอร์ เฮียร์ (Wish You Were Here) เวอร์ชั่นพิเศษ และในปี 2558 เอ็ดขึ้นเวทีร่วมกับ บียอนเซ่ (Beyonce) และ แกรี่ คลาร์ก จูเนียร์ (Gary Clark Jr.) ในงานแกรมมี่ เพื่อทริบิวต์ให้กับ สตีวี่ วอนเดอร์ (Stevie Wonder)

งานเพลงล่าสุด ÷ (ดีไวด์) สตูดิโออัลบั้มที่สามของ เอ็ด ชีแรน ที่ผสมผสานแนวเพลงหลากหลายได้ปล่อยออกมาในวันที่ 3 มีนาคม และยังคงติดอันดับสูงๆ บนชาร์ตทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

“เอ็ด ชีแรน ไลฟ์ อิน แบงค็อก 2017” (Ed Sheeran Live in Bangkok 2017) คือปรากฏการณ์ทางดนตรีที่แฟนเพลงชาวไทย ไม่ควรพลาด เป็นการแสดงสดที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอย เป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย และจะเปิดแสดงเพียงรอบเดียวเท่านั้น ในวันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี   บัตรราคาเริ่มต้นที่ 1,800 บาท เปิดจำหน่ายพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไปที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 14 สาขา และ www.thaiticketmajor.com (ตั้งเเต่วันที่ 2 กรกฎาคม เป็นต้นไป เพิ่มการจำหน่ายผ่านช่องทาง callcenter) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2262-3838 ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ที่ www.bectero.comwww.facebook.com/bectero, ทวิตเตอร์ @BEC_Tero_Ent และอินสตาแกรม @BECTERO_ENTERTAINMENT.